คำแนะนำการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร
ส่วนที่ 1 การเตรียมการก่อนจดทะเบียน
  เมื่อเกษตรกรสนใจจะขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร เกษตรกรจะต้องปฏิบัติโดยมีพนักงานเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำรวมทั้งในบางขั้นตอนจะต้องเข้าไป
ตรวจสอบ ดังมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
  1. การประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร เกษตรกรผู้ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมประเภทเดียวกัน ในตำบลเดียวกันรวมอยู่ในกลุ่มเกษตรกรเดียวกัน
ได้มีการทดลองรวมกลุ่มดำเนินงานในลักษณะคล้ายกลุ่มเกษตรกรเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อแสดงถึงความพร้อมของการดำเนินงานในรูปกลุ่มเกษตรกรแล้ว
สามารถขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีอำนาจประกอบธุรกิจต่าง ๆ ได้ตามกฎหมายว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร จะต้องจัดให้มีการ
ประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรทั้งหมดร่วมกัน โดยแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ คือ นายอำเภอ เกษตรอำเภอ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสหกรณ์
จังหวัด ทราบ เพื่อเข้าร่วมประชุมด้วยซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวที่จะต้องกำกับการประชุมและแนะนำชี้แจงให้บรรดาเกษตรกรเข้าใจนโยบายของ
ี่ทางราชการ วัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่และวิธีดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกร ตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบการต่าง ๆ โดยละเอียด
  2. การนัดประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรเป็นหน้าที่ของเกษตรกรผู้จะขอจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ที่จะต้องนัดเกษตรกรไปประชุมร่วมกัน โดยแจ้งให้
พนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ 1 เข้าร่วมประชุมด้วยจำนวนผู้เข้าประชุมจะต้องมีจำนวนมากพอสมควรและไม่น้อยกว่า 30 คนทั้งนี้เพื่อให้จำนวนผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกครบ
ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 ข้อ 3ซึ่งกำหนดจำนวนผู้ประสงค์จะตั้งกลุ่มเกษตรกรต้องมีจำนวนผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 30 คนการนัดประชุม
ผู้จัดการประชุมควรปฏิบัติและจัดการประชุม ดังนี้
          2.1 สถานที่ปะชุม ควรจะเป็นย่านกลางของตำบล ผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกสามารถเดินทางไปประชุมได้โดยสะดวก ควรเป็นสถานที่กว้างขวางและเหมาะสม
เพื่อให้ผู้เข้าประชุมได้รับความสะดวกสบายพอสมควร เช่น ศาลาประชาคม โรงเรียน หรือ ศาลาการเปรียญ เป็นต้น
          2.2 กำหนดวัน เวลา ควรเป็นวันและเวลาที่เกษตรกรพอจะปลีกตัวไปร่วมประชุมโดยไม่เสียหายต่อการประกอบอาชีพของเขา และควรใช้เวลาประชุม
พอสมควรไม่ให้นานเกินไปจนเกษตรกรมีความเบื่อหน่าย
          2.3 เมื่อกำหนดวัน เวลา สถานที่ประชุม ตามข้อ 2.1 และข้อ 2.2 แล้ว เกษตรกรผู้จะจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรจะต้องนัดหมายเกษตรกรมาประชุม อาจบอกเล่า
ต่อกันด้วยวาจา การนัดหมาย หรือนัดหมายทางหอกระจายข่าว หรือนัดหมายเป็นหนังสือ ไปยังบรรดาผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกทุกคน และแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในระดับ
อำเภอ ในท้องที่ตำบลที่จะจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ซึ่งได้แก่ นายอำเภอหรือปลัดอำเภอ เกษตรกรอำเภอหรือผู้แทน และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเข้าประชุมด้วย
(ตามตัวอย่างหนังสือนัดประชุมในภาคผนวก 1)
          2.4 จัดทำระเบียนวาระการประชุมจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ซึ่งระเบียบวาระการประชุมควรมีเรื่อวที่จะต้องประชุม ดังนี้
            (1) เรื่องประธานแจ้งให้ทราบ (ให้เกษตรกรผู้ก่อตั้งหรือก่อการ หรือผู้นำในการขอจัดตั้ง เป็นประธานในที่ประชุม)
            (2) เรื่องชี้แจงนโยบายของทางราชการ วัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่ และวิธีการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกร (โดยพนักงานเจ้าหน้าที่)
            (3) เรื่องพิจารณาร่างข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร
            (4) เรื่องเลือกตั้งผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ. 1)
            (5) กำหนดวงเงินกู้ยืม เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรจะต้องดำเนินธุรกิจ
            (6) เรื่องอื่น ๆ ตามแต่จะมีผู้เสนอ (ตามตัวอย่างระเบียบวาระการประชุมจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรในภาคผนวก 2)
          2.5 เอกสารและแบบพิมพ์ที่จะต้องเตรียมในการประชุม
            (1) บัญชีลงชื่อผู้เข้าประชุม
            (2) สมุดจดรายงานการประชุม
            (3) ข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร 4 ฉบับ
            (4) คำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ.1)
            (5) บัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร (กษ. 2)
  3. วิธีดำเนินการประชุม
          (1) เมื่อเกษตรกรมาถึงสถานที่ประชุม ให้เกษตรกรลงชื่อในบัญชีที่จัดไว้
          (2) เมื่อมีเกษตรกรหรือผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกมาประชุมเกินกว่า 30 คน ให้เปิดประชุมได้
          (3) ให้เกษตรกรผู้ก่อตั้งหรือก่อการ หรือผู้นำในการขอจัดตั้งเป็นประธานในที่ประชุมดำเนินการตามวาระการประชุมที่จัดไว้
          (4) พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้บรรยาย ควรทำความเข้าใจกับเกษตรกร โดยใช้คำพูดง่าย ๆกะทัดรัดให้เกษตรกรเข้าใจ ไม่ควรใช้เวลานานเกินควร เกษตรกร
มีข้อสงสับประการใดให้สอบถาม และทำความเข้าใจโดยชัดแจ้ง การขอมติต่าง ๆ และการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรขอให้ถือความสมัครใจเป็นหลักสำคัญการไม่สมัครใจอาจ
เป็นเพราะไม่เห็นด้วยหรือไม่เข้าใจ ฉะนั้นพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในที่ประชุมควรทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้เห็นความสำคัญของการรวมกลุ่มเกษตรกรว่าจะเกิด
์ประโยชน์แก่การประกอบอาชีพของเกษตรกรผู้เป็นสมาชิกอย่างไรบ้าง
          (5) เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นแล้ว และที่ประชุมมีมติจะจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ให้ผู้ได้รับเลือกลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ. 1)
จำนวน 7 คน อยู่ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำคำขอจดทะเบียน (กษ.1) และเอกสารต่าง ๆ ที่จะเสนอประกอบการจดทะเบียนให้เรียบร้อย
  4. การตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร
  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมประชุมในการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรสอบสวนพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรให้ถูกต้อง
ตามข้อบังคับทุกรายโดยเคร่งครัดก่อนที่จะเลือกตั้งผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร คุณสมบัติและลักษณะของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกที่ต้องตรวจสอบ มีดังนี้
          (1) ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
          (2) เป็นบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย และบรรลุนิติภาวะ
          (3) เป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีกิจการหรือภูมิลำเนายู่ในท้องที่ตำบลที่กลุ่มเกษตรกรนั้นดำเนินกิจการอยู่
          (4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
          (5) ถือหุ้นอย่างน้อยหนึ่งหุ้นแต่ต้องไม่เกินหนี่งในห้าของจำนวนหุ้นทั้งหมด
          (6) ไม่เป็นสมาชิกของกลุ่มเกษตรกรอื่น และในครอบครัวหนึ่งให้เป็นสมาชิกได้หนึ่งคน
  5. การทำคำขอจดทะเบียน นายทะเบียนสหกรณ์ได้กำหนดแบบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรไว้ คือ แบบ กษ.1 จึงเป็นหน้าที่ของผู้รับเลือกให้เป็นผู้ลงชื่อ
ในคำขอจดทะเบียนฯ ที่จะกรอกข้อความลงในแบบดังกล่าว (ตามตัวอย่างการกรอกแบบ กษ.1 ในภาคผนวก 3)
  6. ผู้ลงลายมือชื่อในคำขอ ผู้ลงชื่อในแบบ กษ. 1 ได้แก่ เกษตรกรผู้ซึ่งได้รับเลือกจากที่ประชุม เพื่อจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร รวม 7 คน และต้องเป็นผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ใน
บัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร (กษ. 2) ด้วย เนื่องจากอาชีพการทำนาเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรโดยทั่วไป แม้เกษตรกรครอบครัวหนึ่งจะมีอาชีพ
เกษตรกรรมอย่างอื่นด้วย เช่น ทำสวน ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงผึ้ง เลี้ยงไหม เลี้ยงครั่ง หรือเพาะเห็ดอยู่ด้วย ก็อาจสมัครเป็นสมาชิกของกลุ่มเกษตกรทำนาได้
ทั้งนี้ เว้นแต่ในบางตำบลซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวน หรือทำไร่เป็นอาชีพหลักก็อาจตั้งกลุ่มเกษตรกรทำไร่ หรือกลุ่มเกษตรกรทำสวนขึ้นได้ ประเภทละ 1 กลุ่ม
ชื่อของกลุ่มเกษตรกร ให้ใช้ชื่อตามอาชีพเกษตรกรรรม ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 141 ข้อ 1 วรรคแรก ดังต่อไปนี้
          1. ทำนา ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรทำนา………………………………………
          2. ทำไร่ ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรทำไร่………………………………………
          3. ทำสวน ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรทำสวน……………………………………
          4. ประมง ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรประมง........................................................
          5. เลี้ยงสัตว์ ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์…………………………………..
          6. เลี้ยงสัตว์น้ำ ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์น้ำ……………………………….
          7. เลี้ยงผึ้ง ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผึ้ง…………………………………….
          8. เลี้ยงไหม ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงไหม....................................................
          9. เลี้ยงครั่ง ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงครั่ง………………………………….
          10. เพาะเห็ด ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรเพาะเห็ด………………………………….
  สำหรับเกษตรกรรมอื่น ๆ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษานั้นเมื่อมีประกาศเพิ่มขึ้นเมื่อใด จะได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับอาชีพ
เกษตรกรรมนั้นที่ประกาศเพิ่มมี ปลูกกล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ ทำนาบัว ทำสวนยางพารา และการปลูกสับปะรด อนึ่ง ชื่อของกลุ่มเกษตรกรนอกจากระบุอาชีพ
เกษตรกรรมดังกล่าวข้างต้น แล้วให้ระบุชื่อตำบลต่อท้ายด้วยเช่น กลุ่มเกษตรกรทำนานาดี กลุ่มเกษตรกรเพาะเห็ดนาดี เป็นต้น
  เอกสารแนบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร
          1. บัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร (กษ.2) 1 ฉบับ แบบ กษ.2 นี้ให้พิมพ์รายชื่อผู้ซึ่งจะเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรทุกคนรวมทั้ง
เกษตรกรที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ลงลายมือชื่อใน กษ.1 ด้วย (ตามตัวอย่างการกรอกแบบ กษ.2 ในภาคผนวก 4)
          2. สำเนารายงานการประชุมของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกเพื่อจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร 1 ฉบับ การรับรองสำเนาให้ประธานกลุ่มเกษตรกรเป็นผู้ลงนามรับรอง
สำเนาและขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามประกาศของคณะปฏิวัติเป็นผู้รับรองว่า ประธานกรรมการได้ลงลายมือชื่อต่อหน้า )ตามตัวอย่างสำเนารายงาน
การประชุมของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกเพื่อจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรในภาคผนวก 5)
  7. ข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร
  นายทะเบียนสหกรณ์ได้พิจารณาจัดทำร่างข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกรขึ้นเพื่อเป็นแนวในการพิจารณาของกลุ่มเกษตรกรต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้การจดทะเบียน
กลุ่มเกษตรกรได้ดำเนินไปโดยรวดเร็วถ้าร่างข้อบังคับดังกล่าวยังไม่เหมาะสมประการใดก็อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ ในหน้าสุดท้ายของข้อบังคับจะต้องให้ประธาน และ
เลขานุการในที่ประชุมเป็นผู้ลงนาม และจะต้องมีพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เข้าร่วมประชุมลงลายมือชื่อไว้ด้วย
   
ส่วนที่ 2 การเสนอขอจดทะเบียน
  ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 ข้อ 7 บัญญัติว่า
  "ในการขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรให้ผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่าเจ็ดคนลงลายมือชื่อยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรต่อนายทะเบียน
กลุ่มเกษตรกรแห่งท้องที่จะจัดตั้งตามแบบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด พร้อมกับบัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกทั้งหมด สำเนารายงานการประชุมของผู้ซึ่ง
จะเป็นสมาชิกเพื่อจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรหนึ่งฉบับและข้อบังคับสี่ฉบับ
  เมื่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรได้รับคำขอดังกล่าวและได้พิจารณาเห็นสมควรรับจดทะเบียนให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรออกใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่ม
เกษตรกรให้ ถ้านายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรเห็นว่า คำขอหรือเอกสารประกอบนั้นไม่ถูกต้อง หรือสมควรแก้ไขเพิ่มเติม นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรมีอำนาจสั่ง
เป็นหนังสือให้กระทำให้ หรือให้แก้ไขเพิ่มเภายในเวลากำหนด ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุผลสมควร นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรมีอำนาจสั่งไม่รับ
จดทะเบียนให้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรได้
  .ในกรณีที่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรไม่รับจดทะเบียนให้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยไม่ชักช้า ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์
ต่อรัฐมนตรี โดยยื่นอุทธรณ์ต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรภายในสามสิบวัน นับแต่วันรับหนังสือแจ้งการไม่รับจดทะเบียนของนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร เมื่อนาย
ทะเบียน กลุ่มเกษตรกรได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้รีบส่งอุทธรณ์พร้อมด้วยคำชี้แจงไปยังรัฐมนตรีเพื่อประกอบการวินิจฉัยคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด ดังนั้น
ขั้นตอนในการเสนอขอจดทะเบียน จะมีแนวทางปฏิบัติได้ดังนี้
  1. การรับจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกร
     นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรผู้มีหน้าที่รับจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกร ได้แก่
          (1) ในเขตกรุงเทพหมานคร คือ นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้แก่ นายทะเบียนสหกรณ์
          (2) ในเขตจังหวัดอื่นๆ นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด ซึ่งได้แก่ เกษตรกรและสหกรณ์จังหวัด
  2. การรับและตรวจคำขอจดทะเบียนฯ
          2.1 กลุ่มเกษตรกรผู้ประสงค์จะยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรจะต้องยื่นคำขอตามแบบ กษ. 1 ต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรรประจำจังหวัด ซึ่งกลุ่ม
      เกษตรกรนั้นตั้งอยู่และมีเอกสารประกอบ คือ
      (1) บัญชีรายชื่อผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกทั้งหมด  
      (2) สำเนารายงานการประชุมของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกเพื่อจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร 1 ฉบับ  
      (3) ข้อบังคับ 4 ฉบับ  
    2.2 เมื่อเจ้าหน้าที่ของกลุ่มนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดได้รับคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรแล้วจะต้องตรวจแบบ กษ. 1 และเอกสารแนบ
      ทุกฉบับว่ากรอกรายการถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ โดยตรวจสอบว่ากลุ่มเกษตรกรที่ขอจดทะเบียนจัดตั้งได้มีการทดลองรวมกลุ่มดำเนินงาน ในลักษณะคล้าย
      กลุ่มเกษตรกรเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อแสดงถึงความพร้อมของการดำเนินงานในรูปกลุ่มเกษตรกรโดยมีจำนวนผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า
      30 คน และผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติและลักษณะถูกต้องตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2515 ในข้อ4
      และข้อ 5 ส่วนในของตำบลท้องที่ตำบลหนึ่งให้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรที่ประกอบด้วย ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมประเภทเดียวกันได้เพียงหนึ่งกลุ่ม และชื่อ
      ของกลุ่มเกษตรกรนั้นให้ระบุชื่อต่อท้ายชื่อของกลุ่มเกษตรกรด้วย สำหรับข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกรถ้าใช้ข้อบังคับฉบับที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่างขึ้น
      ก็ให้ถือใช้ได้ แต่จะต้องตรวจทานข้อความให้ถูกต้องอย่าให้ผิดพลาดได้ ถ้าไม่ใช้ข้อบังคับดังกล่าว จะต้องตรวจสอบว่าข้อบังคับนี้มีรายการอย่างน้อยตามที่
      ปรากฏในข้อ 8 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 คือ
      (1) ชื่อ
      (2) วัตถุประสงค
      (3) ที่ตั้งสำนักงาน
      (4) ทุนซึ่งแบ่งเป็นหุ้น มูลค่าของหุ้น การชำระค่าหุ้น การโอนหุ้น ตลอดจนการจ่ายคือค่าหุ้น การเพิ่มทุนและลดทุน
      (5) การดำเนินกิจการ การบัญชีและการเงิน
      (6) วิธีรับสมาชิก การขาดจากสมาชิกภาพ ตลอดจนสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
      (7) การดำเนินการประชุมใหญ่
      (8) จำนวนกรรมการสำหรับกลุ่มเกษตรกรต้องกำหนดไม่เกินห้าคน วิธีการเลือกตั้ง การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ ตลอดจนการประชุม
        และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
      (9) การเลือกตั้งผู้ตรวจสอบกิจการ
      (10) การแต่งตั้ง การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง ตลอดจนอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการ
          2.3 เมื่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรเห็นว่า คำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรถูกต้องและได้ พิจารณาเห็นสมควรรับจดทะเบียน ให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร
      ออกใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ.4) ให้ (ตามตัวอย่าง กษ.4 ในภาคผนวก) แต่ถ้านายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรเห็นว่า คำขอหรือเอกสารประกอบนั้น
      ไม่ถูกต้องหรือสมควรแก้ไขเพิ่มเติม นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้กระทำให้ถูกต้องหรือแก้ไขเพิ่มเติมภายในกำหนดเวลา ถ้าผู้ยื่น
      คำขอไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุผลสมควร นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรมีอำนาจสั่งไม่รับจดทะเบียนให้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรได้ (ตามตัวอย่างหนังสือในภาค
      ผนวก 6) ในกรณีที่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรไม่รับจดทะเบียนให้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยไม่ชักช้า
          2.4 เมื่อผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรได้รับแจ้งจากนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี โดยยื่นอุทธรณ์ต่อนายทะเบียน
      กลุ่มเกษตรกรภายในสามสิบวัน นับแต่วันรับหนังสือแจ้งการไม่รับจดทะเบียนของนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร เมื่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรได้รับอุทธรณ์
      แล้ว ให้รีบส่งอุทธรณ์พร้อมด้วยคำชี้แจงไปยังรัฐมนตรีเพื่อประกอบการวินิจฉัย คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
  3. การดำเนินการของนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรเมื่อรับจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกร จะต้องดำเนินการดังนี้
    3.1 บันทึกข้อความในปกในหรือหน้าแรกว่า "อาศัยอำนาจตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141
      141 ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2515 นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร ได้รับจดทะเบียนข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร.....................................................
      ไว้แล้ว เลขทะเบียน............../.............. และให้ใช้บังคับสำหรับกลุ่มเกษตรกรนี้ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป วันที่...................เดือน.....................................
      พ.ศ............... (ลงชื่อ)........................................ (...............................................) นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด..................................
    3.2 บันทึกรายการลงในทะเบียนกลุ่มเกษตรกร กษ.3
      ทะเบียนนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานทางจังหวัด ว่าได้รับจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกรในท้องที่ไว้แล้ว จึงขออธิบายการเขียนรายการใน กษ.3 ไว้ดังนี้
      (1) ประจำจังหวัด หมายถึง จังหวัดที่กลุ่มเกษตรกรนั้นตั้งอยู่
      (2) เลขทะเบียนที่ หมายถึงเลขทะเบียนที่ได้รับจดทะเบียนตามลำดับ ทั้งนี้ ให้เขียนอักษรย่อชื่อจังหวัด ลำดับที่ เลข พ.ศ. ไว้ด้วยเช่น จังหวัดนนทบุรี
        เลขทะเบียนที่ นบ.1/2515 เป็นต้น
      (3) รับจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรวันที่ หมายถึง วันที่ที่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด หรือนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรกรุงเทพมหานคร
        ได้รับจดทะเบียน
      (4) ชื่อกลุ่มเกษตรกร หมายถึงชื่อของกลุ่มเกษตรกร ทำนา ทำสวน หรือเลี้ยงสัตว์ และบอกชื่อตำบลต่อท้ายไว้ด้วย เช่น กลุ่มเกษตรกรทำนานาดี เป็นต้น
        รายการข้อนี้เหมือนกับชื่อกลุ่มเกษตรกรใน กษ.1
      (5) สำนักงานฯ หมายถึง ที่ตั้งสำนักงานของกลุ่มเกษตรกร รายการข้อนี้เหมือนกับใน กษ. 1
      (6) วัตถุประสงค์ หมายถึง วัตถุประสงค์ในข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร ขอให้ลอกข้อความจากข้อบังคับลงทุกถ้อยคำ
  4. การออกใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ.4) ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 ข้อ 7 วรรคสอง กำหนดว่า "
    เมื่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรได้รับคำขอดังกล่าวและได้พิจารณาเห็นสมควรรับจดทะเบียนให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรออกใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่ม
เกษตรกรให้" กษ.4 เป็นแบบใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ส่วนการกรอกรายการใน กษ. 4 ขอให้ลอกรายการมาจาก กษ. 3 (แบบ กษ.4 ตามรูปแบบในภาคผนวก)
       
ส่วนที่ 3 การจัดการหลังจดทะเบียน
  เมื่อคณะผู้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรได้รับใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ.4) ที่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดออกให้แล้ว ให้คณะผู้จัดตั้ง 7 คน
ดำเนินการโดยอาจมีพนักงานเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ ดังนี้
  1. สำเนาใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ.4) โดยให้ถ่ายเอกสารใบทะเบียนจัดตั้งดังกล่าวไว้หลาย ๆ ใบ เพื่อป้องกันการชำรุดหรือสูญหายที่อาจจะเกิดขึ้น
ในอนาคต และให้เก็บสำเนาใบทะเบียนจัดตั้งนั้นไว้ที่คณะผู้จัดตั้ง และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  2. การรับสมาชิกกลุ่มเกษตรกร ให้คณะผู้จัดตั้งดำเนินการรับสมาชิก โดยพิจารณารับจากผู้ที่เข้าประชุมครั้งแรก ซึ่งมีคุณสมบัติครบจากการตรวจสอบของ
พนักงาน เจ้าหน้าที่แล้ว ให้ผู้ต้องการสมัครเป็นสมาชิก กรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร (ตามแบบใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกในภาค
ผนวก)
  3. การเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าหุ้น เมื่อได้รับใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรจากผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรแล้ว ให้คณะผู้จัดตั้งเก็บค่า
ธรรมเนียมแรกเข้า จำนวน 20 บาท และค่าหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น อย่างมากไม่เกินหนึ่งในห้าของจำนวนหุ้นทั้งหมด หุ้นละ 50 บาท ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
โดยคณะผู้จัดตั้งจะต้องมอบให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งในคณะผู้จัดตั้งออกใบเสร็จรับเงินของสมาชิกแต่ละคนและเก็บรักษาเงินพร้อมกับสำเนาใบเสร็จรับเงินไว้ที่
สำนักงานของกลุ่มเกษตรกร
  4. การจัดทำทะเบียนสมาชิกและทะเบียนหุ้น เมื่อได้รับการชำระเงินแล้วให้คณะผู้จัดตั้งจัดทำทะเบียนสมาชิก (กษ.5) และทะเบียนหุ้น
(กษ.6) (ตามแบบในภาคผนวก) โดยมีลายเซ็นสมาชิกและพยานให้ถูกต้องตามแบบ แล้วจึงถือว่ามีสมาชิกถูกต้องในการเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าหุ้นให้คณะ
ผู้จัดตั้งออกใบเสร็จรับเงินให้ผู้ชำระเงินด้วย
  สำหรับทะเบียนสมาชิกและทะเบียนหุ้น ให้เก็บรักษาไว้ที่สำนักงานของกลุ่มเกษตรกรและส่งสำเนาให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรภายใน 60 วัน นับแต่วัน
รับใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร
  เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนสมาชิกหรือทะเบียนหุ้นให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรภายใน 60 วัน นับแต่วัน
มีการเปลี่ยนแปลง
  5. การประชุมใหญ่สามัญครั้งแรก เมื่อมีสมาชิกแล้วให้คณะผู้จัดตั้งจัดประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกของกลุ่มเกษตรกร โดยเรียกสมาชิกทุกคนเข้าประชุม
ภายในระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันรับใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรเพื่อดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการของกลุ่มเกษตรกร ผู้ตรวจสอบกิจการ
กำหนดวงเงินกู้ยืม ระเบียบต่าง ๆ ของกลุ่มเกษตรกรและมอบหมายกิจการทั้งปวงให้คณะกรรมการดำเนินการต่อไปตามมติของที่ประชุม รวมทั้งการกำหนด
รายละเอียดต่าง ๆ ในการรับสมาชิกสมทบและกรรมการสมทบด้วย
  6. การจัดทำทะเบียนสมาชิกผู้ปลูกพืช ให้คณะกรรมการดำเนินการที่ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่แล้ว ดำเนินการจัดทำเอกสารทะเบียนต่าง ๆ
ให้ถูกต้องตามระบบบัญชีที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดและที่สำคัญจะต้องดำเนินการจัดทำทะเบียนผู้ปลูกพืชต่าง ๆ ของสมาชิก เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผน
การผลิต และจัดหาปัจจัยการผลิตและการตลาด เพื่อสามารถช่วยเหลือสมาชิกตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกรต่อไป
 
   
 
สรุปขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร
 

ขั้นตอนดำเนินการ

เอกสารที่ต้องเตรียม
ผู้ปฏิบัติ
 
เกษตรกร
เจ้าหน้าที่
 
ส่วนที่ 1 การเตรียมการก่อนจดทะเบียน
 
       
1.การประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิก  
เข้าประชุม
เข้าร่วมประชุม
 
2.การนัดประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิก
 
หนังสือนัดประชุม
ดำเนินการ
 
 
  วาระการประชุม
ดำเนินการ
 
 
  บัญชีลงชื่อผู้เข้าประชุม
ดำเนินการ
 
 
  สมุดจดรายงานการประชุม
ดำเนินการ
 
 
  ข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร
ดำเนินการ
ให้คำแนะนำ
 
  คำขอจดทะเบียน (กษ.1)
ดำเนินการ
ให้คำแนะนำ
 
  บัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิก (กษ.2)
ดำเนินการ
ให้คำแนะนำ
 
3.วิธีดำเนินการประชุม
-
ดำเนินการ
ให้คำแนะนำ
 
4.การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิก
-
ให้ข้อมูล
ตรวจสอบ